รักษาฝ้าอย่างไรให้หาย

By | มีนาคม 8, 2015

ฝ้าเป็นโรคทางผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะกับผู้ที่มีอายุเกิน 25 ปีขึ้นไป และยิ่งคุณอายุมากขึ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอ่อนแอลง ก็ย่อมทำให้ผิวอ่อนแอลงเช่นกัน ดังนั้นฝ้าจึงมักพบเห็นได้บ่อยในผู้สูงอายุอีกด้วยครับ

อาการของการเกิดฝ้านั้นคือ เม็ดสีใต้ผิวหนังได้ผลิตเมลานินมากขึ้นจึงทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีสีที่เข้มขึ้น และยิ่งปล่อยไว้นานๆ โดยขาดการรักษาก็จะยิ่งทำให้มีสีเข้มขึ้นและใหญ่ขึ้นได้ครับ

สาเหตุของการเกิดฝ้านั้นเกิดจากแสงแดดทำให้ผิวหนังเกิดความผิดปรกติและผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปรกติ ยิ่งคนที่ต้องทำงานโดนแดดเป็นเวลานานยิ่งมีโอกาสเป็นได้มาก

ฝ้านั้นจะเกิดขึ้นอยู่ 3 ชนิดได้แก่

ฝ้าชนิดตื้น : ฝ้าชนิดนี้จะเกิดเฉพาะบริเวณผิวหนังชั้นนอกหรือหนังกำพร้า เป็นชนิดที่รักษาได้ง่ายที่สุด และก็เห็นได้เด่นชัดที่สุด

ฝ้าชนิดลึก : ฝ้าชนิดนี้จะเกิดขึ้นลึกไปในผิวหนังชั้นหนังแท้ จึงทำให้รักษาได้ยาก แต่จะมีสีอ่อนกว่าฝ้าชนิดตื้น

ฝ้าชนิดผสม : สำหรับฝ้าชนิดนี้ก็คือคนที่เกิดทั้งฝ้าชนิดลึก และชนิดตื้นพร้อมๆ กันโดยกระจายไปตามบริเวณต่างๆ ของผิวหนัง

การรักษาฝ้าหลักๆ มี 2 วิธีด้วยกันคือ

รักษาจากภายนอก : วิธีนี้ยังแบ่งย่อยไปได้อีกคือรักษาด้วยการทายา และวิธีรักษาด้วยการจี้ด้วยเลเซอร์ โดยการทายานั้นยาจะช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินจึงทำให้ผิวหนังที่เกิดฝ้ามีสีอ่อนลง แต่ถ้าหยุดใช้บริเวณนั้นวณนั้นจะกลับมาเข้มกว่าเดิม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการตกค้างและดูดซึมสารเคมีเข้าสู่ร่างกายจนเป็นพิษได้ ยาชนิดนี้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

ส่วนวิธีการจี้ด้วยเลเซอร์นั้นจะเป็นการเข้าไปทำลายเม็ดสีโดยตรงเพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีสีอ่อนลง

รักษาจากภายใน : วิธีนี้ก็คือการรักษาด้วยการทานอาหารเสริมที่ผลิตมาจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ซึ่งสมุนไพรจะไปช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีของผิวหนังทำให้บริเวณที่เป็นฝ้านั้นมีสีอ่อนลง อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพราะเป็นสารสกัดมาจากสมุนไพรทางธรรมชาติอีกด้วยครับ

ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *